FeaturesScreenshotsTestimonialsFAQOnline BibleBlogDownload Now
Language
Follow

โรม 11 Thai KJV

ຂໍ້ຄວາມພຣະຄຳພີດ້ານລຸ່ມເປັນພາສາໄທ ເພາະຍັງບໍ່ມີສະບັບແປພາສາລາວທີ່ພວກເຮົາໃຊ້ໄດ້

1ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า “พระเจ้าทรงทอดทิ้งชนชาติของพระองค์แล้วหรือ” ขอพระเจ้าอย่ายอมให้เป็นเช่นนั้นเลย ด้วยว่าข้าพเจ้าเองก็เป็นคนอิสราเอล เป็นเชื้อสายของอับราฮัม เป็นเผ่าเบนยามิน

2พระเจ้ามิได้ทรงทอดทิ้งชนชาติของพระองค์นั้นซึ่งพระองค์ทรงทราบล่วงหน้าแล้ว พวกท่านไม่ทราบหรือว่าพระคัมภีร์กล่าวอะไรเรื่องท่านเอลียาห์ คือท่านทูลขอต่อพระเจ้าโดยกล่าวโทษพวกอิสราเอลว่า

3‘พระองค์เจ้าข้า พวกเขาได้ฆ่าพวกศาสดาพยากรณ์ของพระองค์ และได้ขุดทำลายบรรดาแท่นบูชาของพระองค์ลงเสีย และข้าพระองค์เหลืออยู่แต่คนเดียว และพวกเขาแสวงหาชีวิตของข้าพระองค์’

4แต่คำตอบของพระเจ้ากล่าวอะไรแก่ท่าน ‘เราได้สงวนเจ็ดพันคนไว้สำหรับเรา ผู้ซึ่งมิได้คุกเข่าลงต่อรูปพระบาอัล’

5แล้วบัดนี้ก็ยังมีพวกที่เหลืออยู่เช่นกันตามการทรงเลือกไว้แห่งพระคุณ

6และถ้าเป็นโดยพระคุณ การทรงเลือกไว้นั้นจึงหาได้เป็นโดยบรรดาการกระทำไม่ มิฉะนั้นพระคุณก็ไม่เป็นพระคุณจริงอีกต่อไป แต่ถ้าการทรงเลือกไว้นั้นเป็นโดยบรรดาการกระทำแล้ว มันก็หาได้เป็นโดยพระคุณอีกต่อไปไม่ มิฉะนั้นการกระทำก็ไม่เป็นการกระทำจริงอีกต่อไป

7ถ้าเช่นนั้นจะเป็นอย่างไร คนอิสราเอลไม่ได้รับสิ่งซึ่งเขาแสวงหา แต่การทรงเลือกไว้ก็ได้รับสิ่งนั้น และพวกที่เหลือนั้นก็ถูกบังตา

8(ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า ‘พระเจ้าได้ประทานวิญญาณแห่งการเซื่องซึมแก่พวกเขา ตาเพื่อพวกเขาจะมองไม่เห็น และหูเพื่อพวกเขาจะไม่ได้ยิน’) จนถึงทุกวันนี้

9และดาวิดกล่าวว่า ‘ขอให้สำรับของพวกเขากลายเป็นบ่วงแร้ว และกับดัก และเป็นหินสะดุด และเป็นการตอบสนองแก่พวกเขา

10ขอให้ตาของพวกเขามืดไป เพื่อพวกเขาจะมองไม่เห็น และให้หลังของพวกเขาถูกงอค่อมตลอดไป’

11ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า “พวกเขาได้สะดุดเพื่อพวกเขาจะหกล้มหรือ” ขอพระเจ้าอย่ายอมให้เป็นเช่นนั้นเลย แต่ตรงกันข้ามโดยการหกล้มของพวกเขา ความรอดจึงได้มาถึงพวกคนต่างชาติ เพื่อจะยั่วยุพวกเขาให้ริษยา

12บัดนี้ถ้าการหกล้มของพวกเขานำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์ของทั้งโลก และถ้าการพ่ายแพ้ของพวกเขานำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์ของคนต่างชาติ ความสมบูรณ์ของพวกเขาจะยิ่งมากกว่าเดิมสักเท่าใด

13ด้วยว่าข้าพเจ้ากล่าวแก่พวกท่าน พวกคนต่างชาติ เพราะเหตุข้าพเจ้าเป็นอัครทูตของพวกคนต่างชาติ ข้าพเจ้าจึงยกย่องหน้าที่ของข้าพเจ้า

14ถ้าโดยวิธีใดก็ตาม ข้าพเจ้าอาจกระตุ้นพวกเขาซึ่งเป็นเนื้อหนังของข้าพเจ้าให้เลียนแบบ และอาจช่วยบางคนในพวกเขาให้รอด

15เพราะว่าถ้าการทอดทิ้งพวกเขาเป็นเหตุให้มีการกลับคืนดีกันของโลก การทรงรับพวกเขากลับมาก็จะเป็นอะไร นอกจากเป็นการเป็นขึ้นมาจากความตาย

16ด้วยว่าถ้าผลแรกบริสุทธิ์ ทั้งก้อนก็บริสุทธิ์ด้วย และถ้ารากบริสุทธิ์ กิ่งทั้งหลายก็บริสุทธิ์ด้วย

17แต่ถ้ากิ่งบางกิ่งถูกหักออกเสียแล้ว และตัวท่านที่เป็นต้นมะกอกป่า ถูกต่อกิ่งเข้าไปท่ามกลางกิ่งเหล่านั้น และพร้อมกับกิ่งเหล่านั้นเข้าส่วนของรากและความอ้วนพีของต้นมะกอกนั้น

18อย่าอวดดีต่อกิ่งเหล่านั้น แต่ถ้าท่านอวดดี ท่านไม่ได้เลี้ยงรากนั้น แต่รากต่างหากเลี้ยงท่าน

19แล้วท่านก็จะกล่าวว่า “กิ่งเหล่านั้นได้ถูกหักออกเสียแล้วก็เพื่อข้าพเจ้าจะได้ถูกต่อกิ่งเข้าไป”

20ถูกแล้ว เพราะเหตุความไม่เชื่อกิ่งเหล่านั้นจึงได้ถูกหักออกเสีย และท่านก็อยู่ได้โดยความเชื่อ อย่าอวดตัวไปเลย แต่จงเกรงกลัว

21เพราะว่าถ้าพระเจ้ามิได้ทรงงดโทษกิ่งตามธรรมชาติเหล่านั้น จงระวังให้ดีเกรงว่าพระองค์จะไม่ทรงงดโทษท่านเหมือนกัน

22เหตุฉะนั้นจงพิจารณาดูความดีและความเข้มงวดของพระเจ้า สำหรับคนเหล่านั้นที่หลงผิดไปก็ทรงเข้มงวด แต่สำหรับท่านก็ทรงมีความดี ถ้าท่านจะดำรงอยู่ในความดีของพระองค์นั้นต่อไป มิฉะนั้นท่านก็จะถูกตัดออกเสียด้วย

23และเขาทั้งหลายด้วย ถ้าพวกเขาไม่ดำรงอยู่ในความไม่เชื่อสืบไป ก็จะถูกต่อกิ่งเข้าไป เพราะว่าพระเจ้าทรงฤทธิ์ที่จะต่อกิ่งพวกเขาเข้าอีกได้

24เพราะว่าถ้าท่านถูกหักออกจากต้นมะกอกป่าซึ่งเป็นต้นไม้ป่าตามธรรมชาติ และถูกต่อกิ่งเข้ากับต้นมะกอกพันธุ์ดีซึ่งผิดธรรมชาติอยู่แล้ว การที่จะเอากิ่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นกิ่งตามธรรมชาติ มาต่อกิ่งเข้ากับต้นมะกอกของมันเอง ก็จะยิ่งไปกว่านั้นสักเท่าใด

25ด้วยว่า พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อยากให้พวกท่านขาดความรู้เกี่ยวกับข้อความลึกลับนี้ เกรงว่าพวกท่านจะอวดรู้ในความคิดทั้งหลายของตัวเอง ที่ความมืดบอดได้เกิดขึ้นกับบางคนในพวกอิสราเอล จนกว่าความสมบูรณ์ของพวกคนต่างชาติจะเข้ามา

26และดังนั้น อิสราเอลทั้งหมดก็จะได้รับความรอด ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า ‘พระผู้ช่วยให้รอดพ้นจะเสด็จออกมาจากเมืองศิโยน และจะทรงหันความอธรรมไปเสียจากยาโคบ

27เพราะว่านี่เป็นพันธสัญญาของเรากับเขาทั้งหลาย เมื่อเราจะเอาบาปทั้งหลายของพวกเขาไปเสีย’

28เกี่ยวกับข่าวประเสริฐนั้น เขาเหล่านั้นก็เป็นบรรดาศัตรูเพราะเห็นแก่พวกท่าน แต่เกี่ยวกับการทรงเลือกไว้ พวกเขาก็เป็นที่รักเพราะเห็นแก่บรรพบุรุษ

29เพราะว่าบรรดาของประทานและการทรงเรียกของพระเจ้านั้น ก็ปราศจากการเปลี่ยนพระทัย

30ด้วยว่าพวกท่านในสมัยก่อนมิได้เชื่อพระเจ้า แต่บัดนี้ได้รับความเมตตาโดยทางความไม่เชื่อของพวกเขาฉันใด

31บัดนี้พวกเขาก็มิได้เชื่อเช่นกัน เพื่อว่าโดยทางความเมตตาของพวกท่าน พวกเขาจะได้รับความเมตตาด้วยฉันนั้น

32เพราะว่าพระเจ้าทรงนับว่าพวกเขาทุกคนอยู่ในฐานะที่ไม่เชื่อ เพื่อพระองค์จะได้ทรงพระเมตตาแก่พวกเขาทุกคน

33โอ ความล้ำลึกแห่งความอุดมสมบูรณ์ของทั้งพระปัญญาและความรู้ของพระเจ้านั้นมีมากสักเท่าใด คำตัดสินของพระองค์นั้นเหลือที่จะหยั่งรู้ได้ และทางทั้งหลายของพระองค์ก็เหลือที่จะสืบเสาะได้

34เพราะว่า ‘ผู้ใดเล่ารู้จักพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้า หรือผู้ใดเล่าเป็นที่ปรึกษาของพระองค์

35หรือผู้ใดเล่าได้ถวายสิ่งหนึ่งสิ่งใดแด่พระองค์ก่อน และจะทรงตอบแทนสิ่งนั้นแก่เขาอีก’

36ด้วยว่าสิ่งสารพัดเป็นของพระองค์ และโดยทางพระองค์และเพื่อพระองค์ ขอสง่าราศีจงมีแด่พระองค์สืบ ๆ ไปเป็นนิตย์ เอเมน