FeaturesScreenshotsTestimonialsFAQOnline BibleBlogDownload Now
Language
Follow

สดุดี 78 Thai KJV

ຂໍ້ຄວາມພຣະຄຳພີດ້ານລຸ່ມເປັນພາສາໄທ ເພາະຍັງບໍ່ມີສະບັບແປພາສາລາວທີ່ພວກເຮົາໃຊ້ໄດ້

1โอ ประชาชนของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเงี่ยหูฟังกฎของข้าพเจ้า จงเอียงหูของพวกท่านฟังบรรดาถ้อยคำแห่งปากของข้าพเจ้า

2ข้าพเจ้าจะอ้าปากของข้าพเจ้าโดยกล่าวคำอุปมา ข้าพเจ้าจะกล่าวบรรดาคำลึกลับแห่งสมัยโบราณ

3ซึ่งพวกเราได้ยินและได้ทราบ และบรรพบุรุษของพวกเราได้บอกพวกเราแล้ว

4พวกเราจะไม่ซ่อนสิ่งเหล่านั้นไว้จากลูกหลานของพวกเขา โดยสำแดงแก่ชั่วอายุที่จะมาถึงบรรดาการสรรเสริญแด่พระเยโฮวาห์ และฤทธานุภาพของพระองค์ และบรรดาพระราชกิจอันมหัศจรรย์ของพระองค์ที่พระองค์ทรงกระทำแล้ว

5เพราะพระองค์ได้ทรงสถาปนาพระโอวาทไว้ในยาโคบ และได้ทรงแต่งตั้งพระราชบัญญัติไว้ในอิสราเอล ซึ่งพระองค์ได้ทรงบัญชาบรรพบุรุษของพวกเรา ว่าพวกเขาควรแจ้งเรื่องราวเหล่านั้นแก่ลูกหลานของพวกเขา

6เพื่อชั่วอายุที่จะมาจะทราบเรื่องราวเหล่านั้น คือลูกหลานซึ่งจะเกิดมา ผู้ซึ่งจะลุกขึ้นและประกาศสิ่งเหล่านั้นแก่ลูกหลานของพวกเขา

7เพื่อพวกเขาจะตั้งความหวังของพวกเขาไว้ในพระเจ้า และไม่ลืมบรรดาพระราชกิจของพระเจ้า แต่รักษาพระบัญญัติทั้งหลายของพระองค์ไว้

8และเพื่อพวกเขาจะไม่เป็นเหมือนอย่างบรรพบุรุษของพวกเขา ชั่วอายุที่ดื้อดึงและมักกบฏ ชั่วอายุที่ไม่ได้ตั้งใจของพวกเขาไว้อย่างถูกต้อง และผู้ซึ่งจิตวิญญาณของพวกเขาไม่มั่นคงกับพระเจ้า

9คนเอฟราอิม มีอาวุธพร้อมและถือคันธนูทั้งหลาย ได้หันกลับในวันแห่งการสู้รบ

10พวกเขาไม่ได้รักษาพันธสัญญาของพระเจ้า และได้ปฏิเสธที่จะดำเนินในพระราชบัญญัติของพระองค์

11และได้ลืมบรรดาพระราชกิจของพระองค์ และการมหัศจรรย์ทั้งหลายที่พระองค์ได้ทรงสำแดงแก่พวกเขาแล้ว

12พระองค์ได้ทรงกระทำบรรดาพระราชกิจอันมหัศจรรย์ท่ามกลางสายตาของบรรพบุรุษของพวกเขา ในแผ่นดินอียิปต์ ในไร่นาแห่งโศอัน

13พระองค์ได้ทรงแยกทะเล และทรงกระทำให้พวกเขาเดินผ่านไป และพระองค์ทรงกระทำให้น้ำทั้งหลายตั้งอยู่เหมือนอย่างกองสูง

14ในเวลากลางวันพระองค์ได้ทรงนำพวกเขาด้วยเมฆก้อนหนึ่งเช่นกัน และตลอดเวลากลางคืนด้วยแสงไฟ

15พระองค์ได้ทรงผ่าศิลาต่าง ๆ ในถิ่นทุรกันดาร และได้ประทานน้ำให้พวกเขาดื่มเหมือนมาจากที่ลึก

16พระองค์ได้ทรงกระทำให้ลำธารต่าง ๆ ไหลออกมาจากศิลาด้วย และทรงกระทำให้น้ำไหลลงมาเหมือนอย่างแม่น้ำทั้งหลาย

17และพวกเขาได้กระทำบาปมากยิ่งขึ้นต่อพระองค์ โดยการยั่วยุองค์ผู้สูงสุดในถิ่นทุรกันดาร

18และพวกเขาทดลองพระเจ้าอยู่ในใจของพวกเขา โดยขออาหารเพื่อสนองตัณหาของพวกเขา

19ใช่แล้ว พวกเขาพูดต่อว่าพระเจ้า พวกเขากล่าวว่า “พระเจ้าทรงสามารถจัดเตรียมสำรับในถิ่นทุรกันดารได้หรือ”

20ดูเถิด พระองค์ได้ทรงตีศิลาเพื่อให้น้ำทั้งหลายพุออกมา และบรรดาลำธารก็ไหลล้น พระองค์สามารถประทานขนมปังด้วยได้หรือ พระองค์ทรงสามารถจัดเนื้อให้ประชากรของพระองค์ได้หรือ

21เพราะฉะนั้น พระเยโฮวาห์ได้ทรงสดับฟังสิ่งนี้และพระพิโรธ ดังนั้นไฟจึงถูกจุดให้ลุกโพลงขึ้นต่อสู้ยาโคบ และพระพิโรธพลุ่งขึ้นต่อสู้อิสราเอลด้วย

22เพราะพวกเขาไม่ได้เชื่อในพระเจ้า และไม่ได้ไว้วางใจในความรอดของพระองค์

23ถึงแม้ว่าพระองค์ได้ทรงบัญชาบรรดาเมฆจากเบื้องบน และทรงเปิดประตูทั้งหลายแห่งฟ้าสวรรค์

24และได้ทรงหลั่งมานาลงมาบนพวกเขาเพื่อจะรับประทาน และได้ประทานอาหารทิพย์ให้แก่พวกเขาแล้วก็ตาม

25มนุษย์ได้กินอาหารของพวกทูตสวรรค์ พระองค์ได้ประทานอาหารแก่พวกเขาจนอิ่มหนำสำราญ

26พระองค์ได้ทรงกระทำให้ลมทิศตะวันออกพัดในฟ้าสวรรค์ และโดยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ พระองค์ได้ทรงนำลมทิศใต้ออกมา

27พระองค์ได้ทรงหลั่งเนื้อบนพวกเขาเหมือนอย่างผงคลีดินด้วย และบรรดานกเหมือนอย่างเม็ดทรายแห่งทะเล

28และพระองค์ได้ทรงให้มันตกลงมาในท่ามกลางค่ายของพวกเขา รอบ ๆ ที่อยู่อาศัยของพวกเขา

29ดังนั้น พวกเขาจึงได้รับประทาน และอิ่มหนำสำราญ เพราะพระองค์ได้ประทานแก่พวกเขาตามความปรารถนาของพวกเขาเอง

30พวกเขาไม่ห่างเหินจากตัณหาของตน แต่ขณะที่อาหารของพวกเขายังอยู่ในปากของพวกเขา

31พระพิโรธของพระเจ้าได้ลงมาบนพวกเขา และได้สังหารคนอ้วนพีที่สุดของพวกเขาเสีย และได้ประหารบรรดาคนที่ถูกคัดเลือกแล้วในอิสราเอลเสีย

32ถึงแม้ว่ามีเรื่องทั้งสิ้นนี้ พวกเขาก็ยังกระทำบาปอยู่ และไม่ได้เชื่อเนื่องด้วยบรรดาการมหัศจรรย์ของพระองค์

33ฉะนั้น พระองค์จึงได้ทรงผลาญวันทั้งหลายของพวกเขาในความอนิจจัง และปีทั้งหลายของพวกเขาในความยากลำบาก

34เมื่อพระองค์ได้ทรงสังหารพวกเขา แล้วพวกเขาก็แสวงหาพระองค์ และพวกเขาได้กลับมาและไต่ถามเรื่องพระเจ้าอย่างขยันขันแข็ง

35และพวกเขาได้ระลึกว่าพระเจ้าทรงเป็นศิลาของพวกเขา และทรงเป็นพระเจ้าองค์สูงสุดพระผู้ไถ่ของพวกเขา

36แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยกยอพระองค์ด้วยปากของพวกเขา และพวกเขาได้มุสาต่อพระองค์ด้วยลิ้นของพวกเขา

37เพราะใจของพวกเขาไม่ถูกต้องกับพระองค์ และพวกเขาไม่มั่นคงต่อพันธสัญญาของพระองค์

38แต่พระองค์ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความกรุณา ได้ทรงอภัยความชั่วช้าของพวกเขา และมิได้ทรงทำลายพวกเขา ใช่แล้ว พระองค์ได้ทรงหันพระพิโรธของพระองค์ไปเสียหลายครั้ง และมิได้ทรงกวนพระพิโรธทั้งสิ้นของพระองค์ขึ้นมา

39เพราะพระองค์ได้ทรงระลึกว่าพวกเขาเป็นเพียงแต่เนื้อหนัง เป็นลมที่ผ่านไป และไม่หวนกลับมาอีก

40พวกเขาได้ยั่วยุพระองค์ในถิ่นทุรกันดารบ่อย ๆ และทำให้พระองค์โทมนัสในทะเลทราย

41ใช่แล้ว พวกเขาได้หันกลับและทดลองพระเจ้า และได้จำกัดองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล

42พวกเขาไม่ได้ระลึกถึงพระหัตถ์ของพระองค์ หรือวันเมื่อพระองค์ได้ทรงช่วยพวกเขาให้พ้นจากศัตรู

43ถึงการที่พระองค์ได้ทรงกระทำบรรดาหมายสำคัญของพระองค์ในอียิปต์ และการมหัศจรรย์ทั้งหลายของพระองค์ในไร่นาแห่งโศอัน

44และได้ทรงทำบรรดาแม่น้ำของพวกเขาให้เป็นเลือด และบรรดาลำธารของพวกเขา จนพวกเขาไม่สามารถดื่มอะไรได้

45พระองค์ได้ทรงส่งฝูงแมลงหลายชนิดมาท่ามกลางพวกเขา ซึ่งกัดกินพวกเขา และฝูงกบ ซึ่งทำลายพวกเขา

46พระองค์ได้ประทานพืชผลของพวกเขาแก่ตั๊กแตนวัยคลาน และผลแห่งแรงงานของพวกเขาแก่ตั๊กแตนวัยบิน

47พระองค์ได้ทรงทำลายบรรดาเถาองุ่นของพวกเขาด้วยลูกเห็บ และต้นมะเดื่อทั้งหลายของพวกเขาด้วยน้ำค้างแข็ง

48พระองค์ได้ทรงมอบฝูงวัวของพวกเขาไว้แก่ลูกเห็บด้วย และฝูงแพะแกะของพวกเขาแก่บรรดาสายฟ้าฟาด

49พระองค์ได้ทรงเหวี่ยงความดุร้ายแห่งความโกรธของพระองค์มาเหนือพวกเขา ทั้งพระพิโรธ และความกริ้ว และความทุกข์ลำบาก โดยส่งเหล่าทูตสวรรค์อันชั่วร้ายมาท่ามกลางพวกเขา

50พระองค์ได้ทรงเปิดทางให้แก่ความโกรธของพระองค์ พระองค์มิได้ทรงละเว้นจิตวิญญาณของพวกเขาเสียจากความตาย แต่ได้มอบชีวิตของพวกเขาไว้แก่โรคระบาด

51และได้ทรงประหารลูกหัวปีทั้งสิ้นในอียิปต์ ผลแรกแห่งกำลังของพวกเขาในบรรดาเต็นท์ของฮาม

52แต่ได้ทรงทำให้ประชากรของพระองค์เองออกมาเหมือนอย่างแกะ และได้ทรงนำพวกเขาไปในถิ่นทุรกันดารเหมือนอย่างฝูงแพะแกะ

53และพระองค์ได้ทรงนำพวกเขาไปอย่างปลอดภัย พวกเขาจึงไม่กลัว แต่ทะเลได้ท่วมท้นบรรดาศัตรูของพวกเขา

54และพระองค์ได้ทรงพาพวกเขามายังเขตแดนแห่งสถานบริสุทธิ์ของพระองค์ คือมายังภูเขานี้ ซึ่งพระหัตถ์ขวาของพระองค์ได้ทรงไถ่ไว้

55พระองค์ได้ทรงขับพวกคนต่างชาติให้ออกไปเสียต่อหน้าพวกเขา และได้ทรงแบ่งมรดกให้แก่พวกเขาโดยการวัดเขตแดนนั้น และได้ทรงทำให้บรรดาเผ่าของอิสราเอลอาศัยอยู่ในเต็นท์ทั้งหลายของพวกเขา

56ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังทดลองและยั่วยุพระเจ้าองค์สูงสุด และไม่ได้รักษาบรรดาพระโอวาทของพระองค์

57แต่ได้หันกลับไปและประพฤติอย่างไม่ซื่อสัตย์เหมือนอย่างบรรพบุรุษของพวกเขา พวกเขาได้หันไปเสียเหมือนอย่างคันธนูที่หลอกลวง

58เพราะพวกเขาได้ยั่วยุพระองค์ให้กริ้วด้วยบรรดาสถานบูชาบนที่สูงของพวกเขา และได้เร้าพระองค์ให้ทรงหวงแหนด้วยบรรดารูปเคารพแกะสลักของพวกเขา

59เมื่อพระเจ้าได้ทรงสดับฟังเรื่องนี้แล้ว พระองค์ก็พระพิโรธ และทรงเกลียดชังอิสราเอลยิ่งนัก

60จนพระองค์ได้ทรงละทิ้งพลับพลาแห่งเมืองชีโลห์ เต็นท์ซึ่งพระองค์ได้ทรงตั้งไว้ท่ามกลางมนุษย์

61และได้ทรงมอบฤทธานุภาพของพระองค์ไว้แก่การเป็นเชลย และสง่าราศีของพระองค์ไว้แก่มือของศัตรู

62พระองค์ได้ทรงมอบประชากรของพระองค์ไว้แก่ดาบด้วย และพระพิโรธต่อมรดกของพระองค์

63ไฟได้เผาผลาญหนุ่ม ๆ ของพวกเขาเสีย และสาว ๆ ของพวกเขาก็ไม่ได้ถูกมอบไว้แก่การสมรส

64บรรดาปุโรหิตของพวกเขาได้ล้มลงโดยดาบ และหญิงม่ายทั้งหลายของพวกเขาไม่ทำเสียงร้องไห้คร่ำครวญ

65แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงตื่นบรรทมเหมือนอย่างคนหนึ่งตื่นขึ้นจากการนอนหลับ และเหมือนอย่างชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่โห่ร้องเพราะเหตุเหล้าองุ่น

66และพระองค์ได้ทรงตีบรรดาศัตรูของพระองค์ทางด้านหลัง พระองค์ได้ทรงทำให้พวกเขาถูกติเตียนเป็นนิตย์

67ยิ่งกว่านั้น พระองค์ได้ทรงปฏิเสธพลับพลาของโยเซฟ และไม่ได้ทรงเลือกเผ่าเอฟราอิม

68แต่ได้ทรงเลือกเผ่ายูดาห์ ภูเขาศิโยนซึ่งพระองค์ได้ทรงรัก

69และพระองค์ได้ทรงสร้างสถานบริสุทธิ์ของพระองค์เหมือนอย่างกับพระราชวังสูง เหมือนอย่างแผ่นดินโลกซึ่งพระองค์ทรงตั้งไว้เป็นนิตย์แล้ว

70พระองค์ได้ทรงเลือกดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ด้วย และทรงพาท่านมาจากบรรดาคอกแกะ

71จากการดูแลบรรดาแม่แกะที่มีลูกอ่อน พระองค์ได้ทรงพาท่านมาให้เลี้ยงดูยาโคบประชากรของพระองค์ และอิสราเอลมรดกของพระองค์

72ดังนั้น ท่านจึงได้เลี้ยงดูพวกเขาตามความเที่ยงธรรมแห่งใจของท่าน และได้นำพวกเขาไปโดยความช่ำชองแห่งมือของท่าน