มาร์ค 3 Thai KJV
ຂໍ້ຄວາມພຣະຄຳພີດ້ານລຸ່ມເປັນພາສາໄທ ເພາະຍັງບໍ່ມີສະບັບແປພາສາລາວທີ່ພວກເຮົາໃຊ້ໄດ້
1และพระองค์ได้เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาอีก และที่นั่นมีชายคนหนึ่งซึ่งมีมือข้างหนึ่งลีบ
2และพวกเขาคอยดูพระองค์ว่า พระองค์จะรักษาเขาให้หายในวันสะบาโตหรือไม่ เพื่อพวกเขาจะหาเหตุฟ้องพระองค์ได้
3และพระองค์ตรัสกับคนซึ่งมีมือลีบนั้นว่า “มายืนข้างหน้าเถิด”
4และพระองค์ตรัสแก่คนทั้งหลายว่า “ในวันสะบาโตทั้งหลายเป็นการถูกต้องตามพระราชบัญญัติหรือไม่ที่จะทำการดี หรือที่จะทำการชั่วร้าย ที่จะช่วยชีวิต หรือที่จะฆ่าเสีย” แต่พวกเขาก็นิ่งอยู่
5และเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรดูพวกเขารอบ ๆ ด้วยความโกรธ โดยมีพระทัยเป็นทุกข์เพราะเหตุความแข็งกระด้างแห่งใจของพวกเขา พระองค์ตรัสกับชายคนนั้นว่า “จงเหยียดมือของท่านออกเถิด” และเขาก็เหยียดมือนั้นออก และมือของเขาก็หายเป็นปกติเหมือนกับมืออีกข้างหนึ่ง
6และพวกฟาริสีจึงออกไป และในทันใดนั้นได้ปรึกษากับพวกเฮโรดเรื่องพระองค์ว่า พวกเขาจะทำลายพระองค์ได้อย่างไร
7แต่พระเยซูทรงปลีกตัวออกไป พร้อมกับพวกสาวกของพระองค์ ไปยังทะเล และประชาชนเป็นอันมากจากแคว้นกาลิลีได้ตามพระองค์ไป และจากแคว้นยูเดีย
8และจากกรุงเยรูซาเล็ม และจากแคว้นเอโดม และจากฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้น และพวกเขาจากแคว้นเมืองไทระและเมืองไซดอน ประชาชนเป็นอันมาก เมื่อพวกเขาได้ยินถึงบรรดาสิ่งยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงกระทำนั้น ก็มาหาพระองค์
9และพระองค์ตรัสกับพวกสาวกของพระองค์ว่า ให้เอาเรือเล็กมาคอยรับพระองค์ เพราะเหตุประชาชน เกรงว่าพวกเขาจะเบียดเสียดพระองค์
10ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงรักษาคนเป็นอันมากให้หายแล้ว จนถึงขนาดที่พวกเขาเบียดเสียดพระองค์เพื่อที่จะถูกต้องพระองค์ ทุกคนที่เป็นโรคต่าง ๆ
11และพวกผีโสโครก เมื่อพวกมันได้เห็นพระองค์ ก็ได้หมอบลงต่อพระพักตร์พระองค์ และร้องออก โดยทูลว่า “พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า”
12และพระองค์จึงทรงกำชับพวกมันอย่างแข็งขันว่า พวกมันไม่ควรเปิดเผยว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ใด
13และพระองค์เสด็จขึ้นไปในภูเขาลูกหนึ่ง และเรียกคนเหล่านั้นที่พระองค์พอพระทัยให้มาหาพระองค์ และพวกเขาได้มาหาพระองค์
14และพระองค์ทรงตั้งสิบสองคนไว้ เพื่อพวกเขาจะอยู่กับพระองค์ และเพื่อพระองค์จะทรงส่งพวกเขาออกไปเพื่อประกาศ
15และเพื่อมีอำนาจที่จะรักษาความเจ็บป่วยทั้งหลายให้หาย และเพื่อจะขับพวกผีออกได้
16และซีโมนนั้น พระองค์ประทานนามสกุลว่าเปโตร
17และยากอบบุตรชายของเศเบดี กับยอห์นน้องชายของยากอบ และพระองค์ประทานนามสกุลแก่เขาทั้งสองว่า โบอานเอรเกส แปลว่า บุตรทั้งหลายแห่งฟ้าร้อง
18และอันดรูว์ และฟีลิป และบารโธโลมิว และมัทธิว และโธมัส และยากอบบุตรชายของอัลเฟอัส และธัดเดอัส และซีโมนคนคานาอัน
19และยูดาสอิสคาริโอท ซึ่งได้ทรยศพระองค์ด้วย และพระองค์กับพวกสาวกได้เข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง
20และประชาชนก็มาประชุมกันอีก จนพระองค์และพวกสาวกไม่สามารถรับประทานอาหารได้
21และเมื่อพวกมิตรสหายของพระองค์ได้ยินเรื่องนั้น พวกเขาก็ออกไปเพื่อจะจับพระองค์ไว้ ด้วยพวกเขากล่าวว่า “พระองค์เสียสติไปแล้ว”
22และพวกธรรมาจารย์ซึ่งได้ลงมาจากกรุงเยรูซาเล็มได้กล่าวว่า “ผู้นี้มีเบเอลเซบูบเข้าสิง” และ “โดยอาศัยเจ้านายของพวกผีเหล่านั้น เขาขับพวกผีออก”
23และพระองค์ทรงเรียกคนเหล่านั้นมาหาพระองค์ และตรัสแก่พวกเขาเป็นคำอุปมาว่า “ซาตานจะขับซาตานออกอย่างไรได้
24และถ้าราชอาณาจักรใด ๆ ถูกทำให้แตกแยกกันเองแล้ว ราชอาณาจักรนั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้
25และถ้าครัวเรือนใด ๆ ถูกทำให้แตกแยกกันเองแล้ว ครัวเรือนนั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้
26และถ้าซาตานขึ้นมาต่อสู้กับตนเอง และถูกทำให้แตกแยกกัน มันก็ตั้งอยู่ไม่ได้ แต่มีจุดจบ
27ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าไปในบ้านของคนที่มีกำลังมากและปล้นเอาทรัพย์ของเขาได้ ถ้าเขาไม่ยอมจับคนที่มีกำลังมากนั้นมัดไว้เสียก่อน และจากนั้นเขาจึงจะปล้นบ้านของเขาได้
28เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า บาปทุกอย่างจะโปรดยกโทษให้บุตรทั้งหลายของมนุษย์ และบรรดาคำหมิ่นประมาทใดก็ตามที่พวกเขาจะหมิ่นประมาทนั้น
29แต่ผู้ที่จะหมิ่นประมาทต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ไม่ได้รับการยกโทษเลย แต่ตกอยู่ในอันตรายแห่งพระอาชญาชั่วนิรันดร์”
30เพราะว่าเขาทั้งหลายได้กล่าวว่า “ผู้นี้มีผีโสโครกเข้าสิง”
31เวลานั้นพวกน้องชายของพระองค์และมารดาของพระองค์มา และเมื่อยืนอยู่ข้างนอก ก็ส่งไปยังพระองค์ โดยเรียกหาพระองค์
32และประชาชนก็นั่งอยู่รอบพระองค์ และพวกเขาจึงทูลพระองค์ว่า “ดูเถิด มารดาของพระองค์และพวกน้องชายของพระองค์ที่อยู่ข้างนอกถามหาพระองค์”
33และพระองค์ทรงตอบพวกเขา โดยตรัสว่า “ใครเป็นมารดาของเรา และเป็นพวกน้องชายของเรา”
34และพระองค์ทอดพระเนตรไปโดยรอบยังคนทั้งหลายซึ่งนั่งอยู่รอบตัวพระองค์นั้น และตรัสว่า “ดูเถิด มารดาของเราและพวกน้องชายของเรา
35ด้วยว่าผู้ใดก็ตามที่จะกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ผู้นั้นแหละเป็นน้องชายของเรา และน้องสาวของเรา และมารดา”