FeaturesScreenshotsTestimonialsFAQOnline BibleBlogDownload Now
Language
Follow

อพยพ 6 Thai KJV

ຂໍ້ຄວາມພຣະຄຳພີດ້ານລຸ່ມເປັນພາສາໄທ ເພາະຍັງບໍ່ມີສະບັບແປພາສາລາວທີ່ພວກເຮົາໃຊ້ໄດ້

1แล้วพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “บัดนี้เจ้าจะได้เห็นว่าเราจะทำอะไรแก่ฟาโรห์ เพราะด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ เขาจะปล่อยพวกเขาไป และด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ เขาจะไล่พวกเขาออกไปจากแผ่นดินของเขา”

2และพระเจ้าทรงกล่าวแก่โมเสส และตรัสแก่ท่านว่า “เราเป็นพระเยโฮวาห์

3และเราได้ปรากฏแก่อับราฮัม แก่อิสอัค และแก่ยาโคบ โดยนามแห่งพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ แต่โดยนามของเราคือพระเยโฮวาห์ เราไม่ได้เป็นที่รู้จักแก่พวกเขา

4และเราได้ตั้งพันธสัญญาของเราไว้กับพวกเขาด้วย ว่าจะยกแผ่นดินคานาอันให้แก่พวกเขา เป็นแผ่นดินแห่งการอาศัยอยู่ของพวกเขา ซึ่งที่นั่นพวกเขาเคยเป็นพวกคนแปลกหน้า

5และเราได้ยินเสียงคร่ำครวญของลูกหลานของอิสราเอลด้วย ซึ่งคนอียิปต์ทำให้ตกเป็นทาสต่อไป และเราได้ระลึกถึงพันธสัญญาของเรา

6เหตุฉะนี้จงกล่าวแก่ลูกหลานของอิสราเอลว่า ‘เราเป็นพระเยโฮวาห์ และเราจะนำพวกเจ้าออกมาจากการอยู่ใต้ภาระงานเหล่านั้นของคนอียิปต์ และเราจะให้พวกเจ้าพ้นจากการเป็นทาสของพวกเขา และเราจะไถ่พวกเจ้าไว้ด้วยพระกรที่เหยียดออก และด้วยการพิพากษาอันใหญ่โตทั้งหลาย

7และเราจะรับพวกเจ้าให้เป็นประชากรของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเจ้า และพวกเจ้าจะทราบว่า เราเป็นพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเจ้า ผู้ซึ่งนำพวกเจ้าออกมาจากการอยู่ใต้ภาระงานเหล่านั้นของคนอียิปต์

8และเราจะนำพวกเจ้าเข้าไปในแผ่นดินนั้น เกี่ยวกับซึ่งเราได้ปฏิญาณไว้ว่าจะยกมันให้แก่อับราฮัม แก่อิสอัค และแก่ยาโคบ และเราจะให้แผ่นดินนั้นแก่พวกเจ้าเป็นมรดก เราเป็นพระเยโฮวาห์’”

9และโมเสสกล่าวเรื่องนั้นแก่ลูกหลานของอิสราเอล แต่พวกเขาไม่ได้ตั้งใจฟังโมเสสเพราะความปวดร้าวแห่งวิญญาณ และเพราะการตกเป็นทาสอันทารุณ

10และพระเยโฮวาห์ทรงกล่าวแก่โมเสส โดยตรัสว่า

11“จงเข้าเฝ้า จงกล่าวแก่ฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ ว่าให้เขาปล่อยลูกหลานของอิสราเอลไปจากแผ่นดินของเขา”

12และโมเสสกราบทูลต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์ โดยทูลว่า “ดูเถิด ลูกหลานของอิสราเอลก็ไม่ได้ตั้งใจฟังข้าพระองค์ แล้วฟาโรห์จะฟังข้าพระองค์ได้อย่างไร ผู้มีริมฝีปากที่ไม่ได้เข้าสุหนัต”

13และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสและกับอาโรน และให้คำกำชับแก่ท่านทั้งสองสำหรับลูกหลานของอิสราเอล และสำหรับฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ว่า ให้พาลูกหลานของอิสราเอลออกมาจากแผ่นดินอียิปต์

14เหล่านี้เป็นพวกหัวหน้าแห่งวงศ์วานบรรพบุรุษของพวกเขา บุตรชายทั้งหลายของรูเบน บุตรหัวปีของอิสราเอลคือ ฮาโนค และปัลลู เฮสโรน และคารมี เหล่านี้เป็นครอบครัวต่าง ๆ ของรูเบน

15และบุตรชายทั้งหลายของสิเมโอนคือ เยมูเอล และยามีน และโอหาด และยาคีน และโศหาร์ และชาอูลบุตรชายของหญิงชาวคานาอัน เหล่านี้เป็นครอบครัวต่าง ๆ ของสิเมโอน

16และเหล่านี้เป็นชื่อบุตรชายทั้งหลายของเลวีตามพงศ์พันธุ์ของพวกเขาคือ เกอร์โชน และโคฮาท และเมรารี และปีทั้งหลายแห่งชีวิตของเลวีนั้นคือหนึ่งร้อยสามสิบเจ็ดปี

17บุตรชายทั้งหลายของเกอร์โชนคือ ลิบนี และชิมอี ตามครอบครัวต่าง ๆ ของพวกเขา

18และบุตรชายทั้งหลายของโคฮาทคือ อัมราม และอิสฮาร์ และเฮโบรน และอุสซีเอล และปีทั้งหลายแห่งชีวิตของโคฮาทคือหนึ่งร้อยสามสิบสามปี

19และบุตรชายทั้งหลายของเมรารีคือ มาฮาลี และมูชี เหล่านี้เป็นครอบครัวต่าง ๆ ของเลวีตามพงศ์พันธุ์ของพวกเขา

20และอัมรามได้รับโยเคเบดน้องสาวบิดาของตนมาเป็นภรรยา และนางคลอดอาโรนและโมเสสให้แก่เขา และปีทั้งหลายแห่งชีวิตของอัมรามคือหนึ่งร้อยสามสิบเจ็ดปี

21และบุตรชายทั้งหลายของอิสฮาร์คือ โคราห์ และเนเฟก และศิครี

22และบุตรชายทั้งหลายของอุสซีเอลคือ มิชาเอล และเอลซาฟาน และสิธรี

23และอาโรนได้รับเอลีเชบา บุตรสาวของอัมมีนาดับ น้องสาวของนาโชน มาเป็นภรรยา และนางคลอดนาดับ และอาบีฮู เอเลอาซาร์ และอิธามาร์ให้แก่เขา

24และบุตรชายทั้งหลายของโคราห์คือ อัสสีร์ และเอลคานาห์ และอาบียาสาฟ เหล่านี้เป็นครอบครัวต่าง ๆ ของคนโคราห์

25และเอเลอาซาร์บุตรชายของอาโรน ได้รับบุตรสาวคนหนึ่งของปูทิเอลมาเป็นภรรยา และนางคลอดฟีเนหัสให้แก่เขา เหล่านี้เป็นพวกหัวหน้าแห่งบรรพบุรุษของคนเลวีตามครอบครัวต่าง ๆ ของพวกเขา

26นี่แหละคืออาโรนและโมเสส ที่พระเยโฮวาห์ได้ตรัสแก่พวกเขาว่า “จงพาลูกหลานของอิสราเอลออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ตามหมู่เหล่าต่าง ๆ ของพวกเขา”

27สองคนนี้แหละเป็นผู้ซึ่งกราบทูลฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ เพื่อพาลูกหลานของอิสราเอลออกมาจากอียิปต์ นี่แหละคือโมเสสและอาโรนนั้น

28และต่อมาในวันเมื่อพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสในแผ่นดินอียิปต์นั้น

29พระเยโฮวาห์ได้ทรงกล่าวแก่โมเสส โดยตรัสว่า “เราเป็นพระเยโฮวาห์ เจ้าจงกล่าวแก่ฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ทุกอย่างที่เรากล่าวแก่เจ้า”

30และโมเสสกราบทูลต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์ว่า “ดูเถิด ข้าพระองค์เป็นคนมีริมฝีปากที่ไม่ได้เข้าสุหนัต และฟาโรห์จะตั้งใจฟังข้าพระองค์ได้อย่างไร”