ปัญญาจารย์ 3 Thai KJV
ຂໍ້ຄວາມພຣະຄຳພີດ້ານລຸ່ມເປັນພາສາໄທ ເພາະຍັງບໍ່ມີສະບັບແປພາສາລາວທີ່ພວກເຮົາໃຊ້ໄດ້
1แก่ทุกสิ่งมีฤดูกาล และมีวาระแก่ทุกจุดประสงค์ภายใต้ฟ้าสวรรค์
2มีวาระที่จะเกิด และวาระที่จะตาย มีวาระที่จะปลูก และวาระที่จะถอนสิ่งที่ปลูกไว้
3มีวาระที่จะฆ่า และวาระที่จะรักษาให้หาย มีวาระที่จะรื้อทำลายลง และวาระที่จะก่อสร้างขึ้น
4มีวาระที่จะร้องไห้ และวาระที่จะหัวเราะ มีวาระที่จะเศร้าโศก และวาระที่จะเต้นรำ
5มีวาระที่จะโยนบรรดาหินทิ้งเสีย และวาระที่จะเก็บรวบรวมหินทั้งหลาย มีวาระที่จะสวมกอด และวาระที่จะงดเว้นจากการสวมกอด
6มีวาระที่จะได้ และวาระที่จะสูญเสีย มีวาระที่จะเก็บรักษาไว้ และวาระที่จะโยนทิ้งไป
7มีวาระที่จะฉีกขาด และวาระที่จะเย็บ มีวาระที่จะนิ่งเงียบ และวาระที่จะพูด
8มีวาระที่จะรัก และวาระที่จะเกลียดชัง มีวาระแห่งการสงคราม และวาระแห่งสันติภาพ
9มนุษย์ได้ประโยชน์อะไรจากการงานในสิ่งที่เขาตรากตรำทำงานนั้น
10ข้าพเจ้าได้เห็นการตรากตรำทำงานซึ่งพระเจ้าได้ประทานให้บุตรทั้งหลายของมนุษย์ทำกันอยู่นั้น
11พระองค์ได้ทรงกระทำให้สรรพสิ่งงดงามตามฤดูกาลของมัน พระองค์ได้ทรงบรรจุโลกไว้ในใจของมนุษย์ด้วย เพื่อที่จะไม่มีมนุษย์คนใดสามารถเข้าใจพระราชกิจที่พระเจ้าทรงสร้างตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงที่สุดปลาย
12ข้าพเจ้าทราบว่า ไม่มีอะไรที่ดีในพระราชกิจเหล่านั้น นอกจากที่จะให้มนุษย์เปรมปรีดิ์และกระทำการดีในชีวิตของเขา
13และที่จะให้มนุษย์ทุกคนกินและดื่มด้วย และเพลิดเพลินกับผลดีแห่งงานหนักทั้งสิ้นของเขา สิ่งนี้เป็นของประทานของพระเจ้า
14ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่า สิ่งใดก็ตามที่พระเจ้าทรงกระทำ สิ่งนั้นจะดำรงอยู่เป็นนิตย์ ไม่มีอะไรที่จะเพิ่มเติมเข้ากับสิ่งนั้น และไม่มีอะไรที่จะชักออกเสียจากสิ่งนั้น และพระเจ้าทรงกระทำสิ่งนั้น เพื่อจะให้คนทั้งหลายยำเกรงต่อพระพักตร์พระองค์
15สิ่งใดซึ่งเคยเป็นอยู่ก็ยังอยู่ในปัจจุบัน และสิ่งใดที่จะเป็นมาก็เคยเป็นอยู่มาแล้ว และพระเจ้าทรงเรียกร้องสิ่งที่ล่วงไปแล้วนั้น
16และยิ่งกว่านั้น ข้าพเจ้าได้เห็นภายใต้ดวงอาทิตย์ว่า ในสถานที่แห่งความยุติธรรมก็มีความชั่วอยู่ที่นั่น และในสถานที่แห่งความชอบธรรมก็มีความชั่วช้าอยู่ที่นั่น
17ข้าพเจ้าได้พูดในใจของข้าพเจ้าว่า “พระเจ้าจะทรงพิพากษาคนชอบธรรมและคนชั่ว เพราะมีวาระสำหรับทุกจุดประสงค์และสำหรับการงานทุกอย่าง”
18ข้าพเจ้าได้พูดในใจของข้าพเจ้าเกี่ยวกับสภาพของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ว่า พระเจ้าจะทรงเปิดเผยให้พวกเขาเห็น และเพื่อพวกเขาจะเห็นว่าพวกเขาเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย
19เพราะว่าเหตุการณ์ซึ่งเกิดแก่บุตรทั้งหลายของมนุษย์ก็เกิดแก่บรรดาสัตว์เดรัจฉาน คือเหตุการณ์อันเดียวกันเกิดแก่ทั้งสองพวก ฝ่ายหนึ่งตายฉันใด อีกฝ่ายหนึ่งก็ตายฉันนั้น ใช่แล้ว ทั้งสองมีลมหายใจอย่างเดียวกัน ดังนั้นมนุษย์จึงไม่มีอะไรดีกว่าสัตว์เดรัจฉาน เพราะสารพัดก็อนิจจัง
20สารพัดไปถึงสถานที่เดียวกัน สารพัดเป็นมาจากผงคลีดิน และสารพัดก็กลับสู่ผงคลีดินอีก
21ใครรู้จักวิญญาณของมนุษย์ที่ขึ้นไปสู่เบื้องบน และวิญญาณของสัตว์เดรัจฉานที่ลงไปสู่แผ่นดินโลก
22เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเห็นว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าที่มนุษย์จะเปรมปรีดิ์ในบรรดาการงานของตน ด้วยว่านั่นเป็นส่วนของเขา เพราะใครจะนำเขามาเห็นว่าอะไรจะเป็นมาภายหลังเขา